Make your own free website on Tripod.com
.

ระบบการผลิต

                วงการอุตสาหกรรมในปัจจุบันได้เปลี่ยนการผลิตที่ทำด้วยมือมาเป็นการผลิตด้วยเครื่องจักร  ทำให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น   แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การบริหารงานการผลิตยุ่งยากซับซ้อนขึ้น  ในกระบวนการผลิตจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ   ได้แก่  ฝ่ายบริหาร    ฝ่ายผลิต   ฝ่ายการตลาด   ฝ่ายการเงิน    ฝ่ายบุคคล    ฝ่ายวิศวกรรม   เป็นต้น   ดังนั้นแต่ละฝ่ายต้องทำงานให้สอดคล้องกันและร่วมมือกัน    ช่วยกันควบคุมกันเองในสายงานของตน    เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันช่วยให้กระบวนการดำเนินงานมีความคล่องตัว    ก็จะทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   และในการผลิตก็มีองค์ประกอบของระบบผลิตที่สำคัญ  5  ส่วน  ได้แก่
1.  ปัจจัยนำเข้า   (Input)   คือ   คน   เงินทุน   เครื่องจักร   วัตถุดิบ    การบริหารจัดการ   ทรัพยากร   เหล่านี้มีความจำเป็นในการผลิตสินค้าหรือบริการ
2.  กระบวนการผลิตหรือแปลงสภาพ  (Process)    เป็นกระบวนการที่นำเข้ามากผลิตหรือเข้าสู่กระบวนการแปลงสภาพ    เพื่อให้ได้สินค้าตามที่ออกแบบไว้   หรือการบริการตามที่ได้วางแผนไว้     ซึ่งประกอบด้วย   การวางแผน    วิธีการในการผลิต   วิธีการจะลำดับการผลิต   การจัดสรรกำลังคนเพื่อทำการผลิต   และอื่น ๆ
3.  ผลผลิตที่ได้  (Output)   คือ  สินค้าหรือบริการที่ต้องการในปริมาณ   คุณภาพ  และเวลาตามที่กำหนดไว้
4.  ข้อมูลป้อนกลับ   (Feedback)   คือ  ข้อมูลที่ได้ของกระบวนการผลิตในการควบคุมการติดตามและประเมินผลการทำงาน    เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้   โดยข้อมูลป้อนกลับจะทำการประเมินผลที่ได้   เช่น   ปริมาณ    คุณภาพของสินค้าที่ผลิตได้     และนำมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้    ถ้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะไปปรับปัจจัยนำเข้าหรือกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ
5.  การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดหมาย  (Environment)  ในระบบการผลิตและการปฏิบัติการใดๆ ย่อมได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้คาดหมาย    แต่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน   ซึ่งอยู่นอกเหนือจากอำนาจการควบคุมของผู้บริหาร
ระบบการผลิตแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  คือ
1.  ระบบการผลิตแบบต่อเนื่อง    เป็นการผลิตสินค้าน้อยชนิดแต่ผลิตคราวละมาก ๆ  (Mass   Product)   ซึ่งเครื่องจักรที่ใช้ผลิตสินค้าจะอยู่กับที่   และเครื่องจักรแต่ละชิ้นจะมีขนาดใหญ่น้ำหนักมาก    มีอุปกรณ์นำส่งผลิตภัณฑ์เป็นสายพานจากขั้นตอนที่ 1  ไปขั้นตอนที่ 2  และไปขั้นตอนที่   ต่อไป  จนสำเร็จออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ   ในระบบการผลิตแบบต่อเนื่องจะเป็นการทำงานหน้าที่เดียวจำเจซ้ำซาก   ทำให้พนักงานมีความชำนาญเฉพาะด้าน  เช่น  การผลิตผลไม้กระป๋อง   การผลิตรถยนต์    โรงงานทอผ้า   เป็นต้น
2.  ระบบการผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง    สามารถจะผลิตสินค้าได้หลายชนิด   โดยจะจัดซื้อเครื่องจักร    เครื่องมือเป็นกลุ่ม ๆ  เช่น   งานเจาะจะอยู่กลุ่มงานเจาะ    งานทำสีก็จะอยู่กลุ่มของงานสี   เป็นต้น    จะผลิตสินค้าครั้งละมาก ๆ   ก็ได้   ไม่มากก็ได้    ผลิตภัณฑ์จะทำเป็นชิ้น ๆ   จะทำทีละขั้นตอน    เมื่อเสร็จเรียบร้อยในแต่ละขั้นตอนแล้วก็นำมาประกอบกันเป็นสินค้าที่ต้องการ  เช่น  การทำเฟอร์นิเจอร์   ตู้  เตียง   เก้าอี้   การซ่อมรถยนต์    อุปกรณ์น็อกดาวน์   งานก่อสร้างต่าง ๆ เป็นต้น

 
TOP